12 ชนิดผักสวนครัวปลูกง่ายในกระถาง

12 ชนิดผักปลูกง่ายๆในกระถาง2

อาหารไทยส่วนใหญ่ มักใช้ผักสดประกอบอาหาร บางครั้งเราใช้เป็นส่วนประกอบเพื่อให้ได้กลิ่น หรือรสชาติเล็กน้อย แต่ต้องซื้อมาเป็นกำแล้วใช้ไม่หมด และในที่สุดก็เน่าเสียในตู้เย็น เพราะลืมทานหรือทานไม่ทัน

เราสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้โดยปลูกผักประเภทที่ทานประจำติดไว้ในบ้าน, ทาวเฮาส์, คอนโด กันเลย ผักที่เลือกมานำเสนอนี้ ใช้พื้นที่ปลูกไม่มาก ปลูกง่ายๆในกระถาง และทานเป็นประจำ

ข้อดีของการปลูกผักสวนครัวในกระถาง คือ เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด โยกย้ายง่าย และจัดเป็นมุมประดับได้ นอกจากนี้คุณจะได้ทานของสด ใหม่ รสชาติดี และกลิ่นหอม เพราะเด็ดสดๆ มาประกอบอาหาร พร้อมได้สารอาหารครบถ้วน ปลอดสารพิษ

นอกจากนี้คุณยังประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยการนำเศษผักสวนครัว ไม่ว่าจะเป็น หัว หรือ ก้านผัก ที่เหลือจากการประกอบอาหารมาขยายพันธุ์ต่อ

มาดูวิธีการปลูกผักในถางแบบง่ายๆ พร้อมขั้นตอนการปลูกดังนี้

1. การปักชำ

โดยการเศษผักสวนครัวที่เหลือจากการประกอบอาหาร โดยการนำกิ่งหรือก้านผักมาปักลงกระถางที่มีดิน(ปักชำ) และหมั่นรดน้ำสม่ำเสมอ เราก็จะได้เก็บผลผลิตและได้ทานไปเรื่อย ๆ  เนื่องจากการขยายพันธุ์ผักสวนครัวขึ้นอยู่กับชนิดผัก เช่น หัวหอม หอมแดง หอม

1.1 ปักชำจากหัว

  • หอมหัวใหญ่ เพียงแต่เรานำรากที่ติดอยู่กับหอมหัวใหญ่มาแช่น้ำจนรากงอก และก็นำไปปักในดิน หมั่นรดน้ำสม่ำเสมอ เราก็จะได้ทานทั้งต้นหอมที่เกิดจากหอมหัวใหญ่ ซึ่งเราสามารถนำมาประกอบอาหารเช่นหั่นต้นที่เกิดจากหอมหัวใหญ่ผสมในไข่เจียว และยังได้ตัวหัวหอมใหญ่อีกด้วย
  • หอมแดง บางครั้งการซื้อหอมแดงมาไม่กี่ขีด แต่ก็ยังทานไม่ทัน ในที่สุดหอมแดงมักจะฝ่อ และเน่าเสีย มีวิธีเก็บหอมแดงแบบง่ายๆที่สามารถยืดอายุหอมแดงโดยการใส่ในตระกร้ามีรูระบายอากาศที่ดี เพื่อลดการอับชื้น และจะได้ยืดอายุการเก็บให้ยาวนานยิ่งขึ้น หรืออาจนำเพาะชำ โดยการเลือกหอมแดงที่มีรากยาวๆโผล่ออกมาบริเวณก้นของหอมแดง เพื่อนำไปเพาะชำต่อ โดยการปักชำในกระถาง โดยตัดจุกที่ขั้วด้านบนของหอมแดง เพื่อให้ลำต้นงอกออกมาง่ายขึ้น หมั่นรดน้ำเป็นประจำ
  • ต้นหอม การซื้อต้นหอมจากตลาดสดในราคากำละ 5-10 บาท บางครั้งก็ยังทานไม่หมด คุณอาจจะเก็บให้มีอายุยาวขึ้นโดยการล้างให้สะอาดและนำผ้าขาวมาห่อต้นหอม เพื่อเก็บความชุ่มชื่น และนำใส่ภาชนะพลาสติกปิดฝาให้เรียบร้อย เท่านี้ต้นหอมจะมีอายุการเก็บได้ยาวนานถึง 2-3 อาทิตย์ ถ้าหากต้องการขยายพันธุ์แค่ตัดต้นหอมต้นเหนือรากขึ้นมาประมาณ 1 นิ้วและนำมาปักชำในกระถางต้นไม้ ก็จะได้ขยายพันธุ์ต้นหอม เพื่อทำให้ทานได้นานขึ้น

วิธีปลูกหอมแดงแบบง่ายๆ จากของเหลือในครัว

หัวหอม

1.2 ปักชำจากกิ่ง

  • ต้นขึ้นฉ่าย  และผักชีฝรั่ง เวลาตัดนำไปประกอบอาหารให้ เหลือส่วนที่เป็นลำต้นเหลือรากไว้ประมาณ 1 นิ้ว เพื่อนำส่วนนี้ไป ปักดินต่อ ไม่นานก็จะงอกใบใหม่ ให้เราทานต่อไปได้อีก
  • สะระแหน่, โหระพา, กะเพรา , แมงลัก, และ ยี่หร่า ผักเหล่านี้ เมื่อเราเด็ดใบมาประกอบอาหารแล้วจะมีก้านเหลืออยู่ ให้นำก้านแข็งๆๆ ติดใบเล็กน้อยไปแช่น้ำ จนรากงอก จากน้ำนำไปปักในดินต่อ ก็จะได้ต้นเดิมที่มีออกใบ และแตกกิ่ง เพื่อให้เรารับประทานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โหระพาและหอมหัวใหญ่
logo

AnndaGarden

ศูนย์รวมต้นกล้าผักสวนครัวในกระถาง, สมุนไพร, และเมล็ดพันธุ์ 

2. ขยายพันธุ์จากเมล็ด

หลังจากที่ทำอาหารเสร็จ จะมีเศษเมล็ดจากผักสวนครัว เช่น เมล็ดพริก หรือ เมล็ดมะเขือเทศ เราสามารถนำมาเพาะและปลูกต่อได้

  • การเลือกเมล็ด มาปลูกในกรณีที่เป็นเมล็ดพริก ให้เลือกเมล็ดพริกจากพริกที่มีผิวสีแดง เพราะเป็นพริกที่แก่แล้ว ถ้าเลือกเมล็ดพริกจากพริกที่มีผิวสีเขียว อาจจะไม่งอก เนื่องจากพริกสีเขียวเป็นพริกที่ยังอ่อนอยู่
  • การเลือกเมล็ดจากลูกมะเขือเทศ ให้เลือกเมล็ดจากลูกมะเขือเทศที่มีผิวแดงจัดๆ เพราะ หมายถึงมะเขือเทศลูกนั้นแก่แล้ว การเพาะเมล็ดจะงอกง่าย

ขั้นต่อไปมาถึงขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์เพื่อปลูกผักชนิดต่าง ๆ ดังนี้

  1. เศษใบไม้ , กากมะพร้าว หรือ หินวางไว้รองก้อน
  2. เตรียมดิน อาจเป็นดินกามปู หรือ ดินผสมที่ขายเป็นถุงๆๆ
  3. ปุ๋ยไส้เดือน ใส่เพื่อเพิ่มความร่วนซุยของดิน และเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้พืชเจริญงอกงามดียิ่งขึ้น
  4. กระถางขนาดตามที่ต้องการ หรือประมาณขนาด 6-8 นิ้ว แต่ถ้าพื้นที่จำกัด ก็ปลูกซัก 2 ชนิดในกระถางเดียว อย่าอัดแน่เกินไป ควรมีพื้นที่ให้เจริญเติบโตขึ้นด้วย
  5. น้ำ เพื่อไว้รดต้นผักสวนครัวในกระถางที่เราปลูก

3. ขั้นตอนการปลูก

  • นำกระถางที่เตรียมปลูก ใส่กากมะพร้าว วางรองก้นกระถาง  (ถ้าไม่มีก็ง่ายๆๆ ใช้เศษใบไม้แห้ง หรือ หินกรวด) วางเพื่อให้เกิดการระบายน้ำที่ดี ถ้าเราใส่ดินไปเลย ก้นกระถางมีรู อาจทำให้ดินรั่วออกมา และ เมื่อปลูกไปนานๆ ดินจะจับตัวและอัดแน่ที่ก้นกระถาง ทำให้การระบายน้ำไม่ดี ดังนั้นการนำเศษวัสดุ เช่น กากมะพร้าว, ใบไม้แห้ง หรือหินกรวด วางไว้ก้นกระถางก็จะแก้ปัญหาในเรื่องดินรั่วซึมออกมาในระยะเริ่มต้น และ ดินอัดแน่นเมื่อปลูกไปนานๆๆ
  • ผสมดินก้ามปู(หรือดินถุงผสม) กับ ปุ๋ยมูลไส้เดือน ในอัตรา 4: 1 คือ ใส่ดินก้ามปู 4 ส่วน กับ ปุ๋ยมูลไส้เดือน 1 ส่วน คลุกเค้าให้เข้ากัน ต่อจากนั้น ก็ เริ่มปักชำ หรือ เพาะเมล็ดเลย
    • ถ้าจะปักชำแบบหัว ก็เอาด้านที่มีรากที่หัวฝังลงไปในดิน
    • ถ้าจะปักชำแบบกิ่ง ก็เอากิ่งปักลงในดินให้ลึกประมาณ 2 นิ้ว
    • ถ้าจะเพาะเมล็ดก็ทำเป็นหลุม แล้วหย่อนเมล็ดลงไปในหลุมๆ ละ 1 เมล็ด แต่ละหลุม ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว แล้วก็เอาดินกลบหลุม
  • จากนั้น รดน้ำให้ชุ่ม แล้ววางไว้ให้โดนแสงรำไรก่อนนะคะ อย่าให้โดนแสงแรง เพราะช่วงนี้ต้องให้ต้นเริ่มงอกใบออกมา แล้วค่อยๆๆ ให้โดนแสงแดดมากขึ้น
  • ถ้ามีปุ๋ยน้ำหรือฮอร์โมน เช่น ปุ๋ยชีวภาพ, ฮอร์โมนนมสด, ฮอร์โมนไข่, หรือ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ก็ให้รด 2 อาทิตย์ครั้งก็จะยิ่งเพิ่มสารอาหารให้แก่ผักสวนครัว และทำให้มีรสชาติดียิ่งขึ้น

4. สรุป  ผักสวนครัวในกระถางปลูกง่าย ด้วยวิธีขยายพันธุ์แบบปัก(ชำ) และ โปรย(เมล็ดพันธุ์) จากเศษผักที่เหลือ นอกจากนี้ใช้พื้นที่ไม่มากในการปลูก ทำให้สามารถปลูกในบ้าน ,ทาวเฮาส์, หรือคอนโดได้ เราสามารถเลือกกระถางตามขนาดพื้นที่ๆ เราต้องการปลูก ,สามารถเคลื่อนย้ายง่าย ในการปรับตำแหน่งทำให้ไม่รกบ้าน, และสามารถนำมาแต่งห้องให้ดูสวยได้ เพียงแค่เลือกกระถางสวยๆ มาปลูก เท่านี้ก็สบายตา และสบายกระเป๋า พร้อมช่วยลดโลกร้อน เพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านเรา ลองทำดูกันนะคะ

Anndagarden ฝากกด like เพจด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดบทความดีๆจากเรา

สินค้าที่น่าสนใจ

-8%
+
สินค้าหมดแล้ว
-20%
-20%
-15%

บทความที่น่าสนใจ