10 สรรพคุณของมะเขือเทศ

10 สรรพคุณของมะเขือเทศ1

มะเขือเทศที่มีลักษณะต่างๆกันไม่ว่า เป็นผลรี หรือผลกลม มีสีแดง สีส้ม มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อย อุดมไปด้วยประโยชน์และคุณค่างทางอาหารจะกินสด นำไปประกอบอาหาร หรือนำแปรรูป เป็นซอสมะเขือเทศ ล้วนดีต่อสุขภาพ และยังมีคุณค่าทางอาหารและสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

มะเขือเทศมีประโยชน์อย่างไร

คุณค่าทางอาหารของมะเขือเทศ

คุณค่าของสารอาหารในมะเขือเทศ

มะเขือเทศ 100 กรัม ให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย

  • แคลเซียม 9 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 48 มิลลิกรัม
  • เส้นใย 7 กรัม
  • เบต้า-แคโรทีน 30 ไมโคกรัม
  • วิตามินบี 1 0.09 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 32 มิลลิกรัม

สารอาหารสำคัญในมะเขือเทศที่ดีต่อร่างกาย

มะเขือเทศมีแร่ธาตุมากมาย เช่น โพแทสเซียม ใยอาหาร ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส  สังกะสี และ โฟเลต นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งวิตามินเอ บี ซี และ อี ในปริมาณสูง และมีสาระสำคัญ ได้แก่

1. เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยในเรื่องต่างๆ ดังนี้

ชะลอความแก่
บำรุงสายตา
ผิวพรรณดี
ลดความเสี่ยงเป็นต้อกระจก

2. สารไลโคปีน (Lycopene)

  • เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยค์ พบมากในผักผลไม้ที่มีสีส้มและสีแดง เช่น มะเขือเทศ แครอท แตงโม มะละกอ ฟักข้าว เกรฟฟรุ๊ต
  • มะเขือเทศ 100 กรัม มีปริมาณไลโคปีนอยู่ประมาณ 0.9-9.30 มิลลิกรัม มากกว่าผลไม้สีแดงเหมือนกันอย่างแตงโมถึง 2 เท่า และมีประโยชน์มากมาย
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีสรรพคุณดังนี้

ช่วยลดความเครียดได้

ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้

ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย

ช่วยบำรุงสายตา

ป้องกันโรคกระดูกพรุน

ลดระดับน้ำตาลในเลือด

ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

รักษาโรคลักปิดลักเปิด

ลดอาการบวมน้ำ

3. ยังมีสารสำคัญอื่นๆ เช่น

  • กรดโคตินิคในมะเขือเทศ ช่วยป้องกันรักษาผิวหนังให้เยื่อบุกระเพาะและลำไส้ทำงานปกติ
  • กรดมาลิค และกรดซิตริกในมะเขือเทศ จะช่วยน้ำย่อยในกระเพาะอาหารย่อยอาหารพวกไขมัน เช่นการกินของมันมากๆๆ จะมีอาการเลี่ยน ให้กินมะเขือเทศ เพราะจะช่วยย่อยไขมันแล้ว ยังป้องกันท้องอืด จากอาหารไม่ย่อยอีกด้วย

เทคนิคต่างๆในการทานมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุด

การรับประทานมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์ควรรับประทานโดยผ่านความร้อนให้ผลสุก

เนื่องจากเมื่อมะเขือเทศผ่านความร้อน ไลโคปีนซึ่งเป็นธาตุอาหารสำคัญกับส่วนเนื้อเยื่อของมะเขือเทศจะหลุดออกจากกันได้ง่าย ร่างกายจึงดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าการรับประทานแบบไม่ผ่านความร้อน นอกจากนี้ไลโคปีนจะละลายได้ดีในน้ำมัน ดังนั้นถ้าใช้น้ำมันทำการปรุงมะเขือเทศจะยิ่งทำให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดี

สำหรับการดื่มน้ำมะเขือเทศอย่างถูกต้อง

การดื่มน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยกำหนดช่วงเวลาในการดื่มน้ำมะเขือเทศเพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารจากน้ำมะเขือเทศไปใช้ได้ดีที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ

  1. ดื่มก่อนทานอาหารในช่วงท้องว่าง อาจจะหยดน้ำมันเล็กน้อยลงในน้ำมะเขือเทศ ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น
  2. ดื่มหลังอาหารทันที เพราะไขมันในอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดียิ่งขึ้น

ข้อควรระมัดระวังการบริโภคมะเขือเทศ

  • น้ำมะเขือเทศมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคไต หรือผู้มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ไม่ควรทาน เพราะร่างกายจะมีปัญหาในการขับโพแทสเซียมออกไม่หมด
  • คนที่มีภาวะกรดไหลย้อนก็ไม่ควรทานมะเขือเทศมากเกินไป เพราะมะเขือเทศมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ
  • สำหรับคนทั่วไปควรบริโภคน้ำมะเขือเทศไม่เกิน 2 แก้ว หรือ 2 กล่อง(เล็ก) ต่อวัน

เมนูอาหารจากมะเขือเทศ

สลัดมะเขือเทศ

ส่วนประกอบ

  1. มะเขือเทศลูกใหญ่
  2. แตงร้านปอกเปลือก
  3. หอมหัวใหญ่
  4. กะเพรา
  5. ใบออริกาโน
  6. เกลือ
  7. น้ำมันมะกอก

วิธีทำ

  1. หั่นมะเขือเทศ แตงร้าน และใบกะเพรา 4-5 ใบเป็นชิ้นเล็กๆ ซอยหอมหัวใหญ่บางๆ
  2. นำใส่ชามโรยใบออริกาโน เกลือ และน้ำมันมะกอกลงไป
  3. คลุกเคล้าให้เข้ากัน และพร้อมทาน

น้ำมะเขือเทศ

ส่วนผสม

  1. มะเขือเทศ
  2. น้ำเชื่อม
  3. น้ำเปล่าสะอาด
  4. เกลือป่น

วิธีทำ

ล้างมะเขือเทศให้สะอาด หั่นให้เป็นชิ้นพอประมาณ ใส่เครื่องปั่นพร้อมน้ำเชื่อม น้ำเปล่า เกลือ ปั่นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ

Anndagarden ฝากกด like เพจด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดบทความดีๆจากเรา

สินค้าที่น่าสนใจ

บทความที่น่าสนใจ